หลายๆท่านคงเคยได้ยินถึงอุปกรณ์เสริมของคอมพิวเตอร์อย่าง LAN Card กันมาบ้างแล้ว วันนี้ทาง PC Gallery จะมาอธิบายแบบเจาะลึกให้ทุกท่านอ่านกันว่า เจ้าอุปกรณ์ดังกล่าวนั้นคืออะไร ใช้ทำหน้าที่อะไร และมีกี่ประเภท รวมไปถึงถ้าหากจะหาซื้อ จะมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย
สารบัญ
LAN Card คืออะไร
LAN Card หรือที่เรียกกันว่า “การ์ดแลน” ย่อมาจาก Local Area Network Card เป็นฮาร์ดแวร์สำคัญที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในพื้นที่(LAN) ช่วยให้สามารถรับส่งข้อมูลและแชร์อินเทอร์เน็ตได้โดยตรง การ์ดแลนมักมีลักษณะเป็นแผงสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายบัตร จึงถูกเรียกว่า “Card” หรือ Network Interface Card (NIC) การใช้งาน LAN Card เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กับเครือข่าย ทำให้สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
LAN Card ทำหน้าที่อะไร จำเป็นต้องใช้หรือไม่
LAN Card มีหน้าที่หลักในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับเครือข่ายผ่านสาย LAN โดยตรง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลขึ้นอยู่กับประเภทของการ์ด เช่น 10/100Mbps, 1000Mbps หรือสูงสุดถึง 2.5Gbps (2500Mbps) ตัวเลขเหล่านี้ระบุความสามารถในการส่งข้อมูล หาก LAN Card ระบุ 10/100Mbps นั่นหมายความว่าการ์ดนี้จะรองรับความเร็วสูงสุดที่ 100Mbps
ความจำเป็นในการใช้ LAN Card ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้โดยทั่วไป คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประกอบเองหรือเครื่องสำนักงาน มักมีพอร์ต LAN (RJ45) บนบอร์ดอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องซื้อติดตั้งเพิ่มเติม ยกเว้นในกรณีที่พอร์ตออนบอร์ดรองรับความเร็วสูงสุดที่ 100Mbps ในขณะที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของคุณเร็วถึง 1000Mbps ซึ่งในกรณีนี้ การติดตั้ง LAN Card ที่รองรับความเร็วสูงขึ้นจะช่วยให้การเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หรือหากใช้งานแบบ DUAL LAN คุณสามารถแยกการเชื่อมต่อเพื่อให้แต่ละพอร์ตทำงานต่างกันได้ เช่น ใช้พอร์ตหนึ่งสำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และอีกพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายภายในโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต
LAN Card มีกี่ประเภท
LAN Card แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
- LAN แบบใช้สาย (Wired LAN Card): ประเภทนี้มักติดตั้งในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop PC) หรือเซิร์ฟเวอร์ (Server) เนื่องจากมีความเสถียรและปลอดภัยสูง ช่วยป้องกันการดักข้อมูลได้ดี เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความมั่นคงในการเชื่อมต่อเครือข่าย
- LAN แบบไร้สาย (Wireless LAN Card หรือ WLAN): การ์ดชนิดนี้มักถูกติดตั้งในอุปกรณ์พกพา เช่น โน้ตบุ๊ค, แท็บเล็ต, และสมาร์ทโฟน ให้ความสะดวกในการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย และเป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่น
LAN Card ต่างจาก Wi-Fi Card อย่างไร
ความแตกต่างระหว่าง LAN Card และ Wi-Fi Card คือ แม้ทั้งสองทำหน้าที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบเครือข่าย แต่มีวิธีการเชื่อมต่อและจุดเด่นต่างกัน โดยเราจะเน้นที่ Expansion Card ที่ต้องติดตั้งเพิ่มเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์
- LAN Card (PCI LAN Card): มาพร้อมกับพอร์ต RJ45 บนแผงวงจร (PCB) เพื่อให้เชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่านสาย LAN การเชื่อมต่อแบบนี้มีความเสถียรและปลอดภัยสูง เนื่องจากสัญญาณรบกวนมีน้อย และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งกีดขวาง ทำให้ข้อมูลถูกส่งผ่านได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
- Wi-Fi Card (PCI Wireless Card): ทำงานไร้สายโดยเชื่อมต่อกับ Router หรือ Access Point ผ่านคลื่นสัญญาณ เช่น 2.4 GHz, 5GHz หรือ 6GHz โดยไม่ต้องใช้สาย การ์ดรุ่นใหม่ ๆ มักจะมีบลูทูธในตัว ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้ง Wi-Fi และบลูทูธพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อไร้สายอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งกีดขวางหรือคลื่นแม่เหล็กรบกวน ทำให้สัญญาณอ่อนลง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการถูกดักจับข้อมูลหากระบบรักษาความปลอดภัยไม่ดีพอ
Wi-Fi Card ที่ติดตั้งใน Desktop PC มักจะใช้รูปแบบเดียวกับ M.2 Wireless Card ที่ใช้ในโน้ตบุ๊ค แต่จะถูกติดตั้งผ่านตัวแปลง (PCI Adapter) เพื่อให้สามารถใช้งานกับ PCI slot บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้ การ์ดWi-Fi มักจะมาพร้อมกับเสาอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับสัญญาณไร้สาย
สรุปแล้ว LAN Card เน้นความเสถียรและปลอดภัย ขณะที่ Wi-Fi Card มอบความสะดวกในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย แต่มีโอกาสเจอปัญหาด้านสัญญาณและความปลอดภัยหากระบบป้องกันไม่ดี
เลือกซื้อและติดตั้งอย่างไร
การเลือกซื้อและติดตั้งการ์ด LAN จำเป็นต้องเข้าใจส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์รองรับการเพิ่มการ์ดใหม่ โดยขั้นแรก ควรตรวจสอบว่ามีช่องเสียบที่สามารถติดตั้งการ์ด LAN ได้หรือไม่ ซึ่งวิธีตรวจสอบเบื้องต้นก็ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
1.เริ่มจากการตรวจสอบประเภทและขนาดของเครื่องที่ใช้ เช่น หากเป็นเคสตั้งทาวเวอร์ (Tower) หรือเคสขนาดเล็ก (Small Form Factor) จะต้องใช้การ์ดที่มีความยาวต่างกันไปตามขนาดของเคส
จากนั้นให้ดูที่ด้านหลังเครื่อง จะเห็นช่องสี่เหลี่ยมยาว ๆ ที่มักมีแผ่นโลหะปิดอยู่ ถ้าช่องนี้มีความสูงไม่มาก คุณจะต้องเลือกการ์ด LAN แบบ Low-Profile ซึ่งมีขนาดสั้นกว่า แต่หากช่องนี้เป็นแบบยาว การ์ดที่ใช้ได้จะเป็นการ์ดแบบปกติทั่วไป (Full-Height) โดยปกติแล้ว การ์ด LAN มักจะมาพร้อมกับขาติดตั้งที่ปรับเปลี่ยนได้ทั้งแบบขาสั้นและขายาวในกล่อง
2. เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถติดตั้งการ์ดใหม่ได้ ควรตรวจสอบว่าเครื่องมีช่องเสียบ PCI ที่ว่างพอสำหรับการใช้งาน โดยเริ่มจากการเปิดฝาเคสออกแล้วตรวจสอบช่องที่เหลืออยู่ หากมี ให้ดูว่าช่องนั้นเป็นประเภทใด เช่น PCI, PCIe x1, PCIe x8 หรือ PCIe x16 ซึ่งแต่ละแบบจะมีขนาดและความยาวของช่องที่แตกต่างกัน ตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ให้ชัดเจนเพื่อการติดตั้งที่ราบรื่นและประสิทธิภาพที่ดี
วิธีเลือกซื้อ
เมื่อทราบขนาดของตัวเครื่องและประเภทของ PCI Slot แล้ว ก็สามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการเลือกซื้อการ์ดแลนด์ได้ทันที ซึ่งทาง PC Gallery เอง ก็มีการ์ดแลน Server Grade ให้เลือกมากมาย สามารถเข้ามาดูได้ที่หน้าเว็บไซต์เราเลย
ตัวอย่างการเลือกซื้อ เช่น หากตรวจสอบแล้วพบว่าเคสเป็นแบบ Tower และมีช่องว่างเป็น PCIe x1 บนเมนบอร์ด การ์ด LAN ที่เหมาะกับการติดตั้งก็ควรเป็นประเภท PCIe x1 LAN Card
ในส่วนของจำนวนพอร์ต Ethernet บนการ์ด LAN สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 1 พอร์ตไปจนถึง 4 พอร์ต ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานจริง
นอกจากนี้ ความเร็วในการเชื่อมต่อก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยมีค่าความเร็วให้เลือก เช่น 10/100Mbps, 1000Mbps (หรือ 1Gbps), 2.5Gbps หรือมากกว่านั้น ซึ่งค่าความเร็วจะส่งผลต่อการใช้งานโดยรวม หากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เช่น 2000/500Mbps ก็ควรเลือกการ์ด LAN ที่รองรับความเร็วเทียบเท่าหรือสูงกว่า เช่น 2000Mbps (2Gbps) เพื่อให้เชื่อมต่อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท
วิธีติดตั้ง
การติดตั้งการ์ด LAN นั้นง่ายมาก เพียงทำตามขั้นตอนเหล่านี้
- เริ่มจากปิดเครื่องและถอดปลั๊กออกทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย จากนั้นเปิดฝาเครื่องออก คล้ายกับขั้นตอนการตรวจสอบ Slot
- ถอดแผ่นโลหะหรือ Bracket ด้านหลังเคสออก เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการ์ด
- นำการ์ด LAN เสียบลงในช่อง PCIe x1 ที่เตรียมไว้ ตรวจสอบให้แน่นและเสียบเข้าที่อย่างถูกต้อง
- ขันน็อตยึดขาของการ์ดเข้ากับ Bracket หลังเคสเพื่อความมั่นคง ป้องกันการโยกขณะใช้งาน ซึ่งอาจทำให้การ์ดหรือช่อง PCIe เสียหายได้
ทำตามขั้นตอนนี้ก็พร้อมใช้งานการ์ดLANของคุณแล้ว
ประโยชน์ของ LAN Card บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์
1. เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการส่งข้อมูล
LAN Card ที่รองรับความเร็วสูง (เช่น 1Gbps, 10Gbps หรือมากกว่า) จะช่วยให้เซิร์ฟเวอร์สามารถส่งและรับข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ลดเวลาในการประมวลผลและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย
2. เพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่อ
เซิร์ฟเวอร์ต้องรองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และการที่เซิร์ฟเวอร์มี LAN Card ที่เสถียรจะช่วยลดปัญหาการเชื่อมต่อหลุดหรือล่าช้า ทำให้การทำงานของเซิร์ฟเวอร์มีความต่อเนื่องไม่ขาดตอน
3. รองรับการเชื่อมต่อแบบหลายพอร์ต
LAN Card ที่มีหลายพอร์ตสามารถทำให้เซิร์ฟเวอร์รองรับการทำงานแบบสำรองข้อมูล (Failover) หรือการกระจายภาระการประมวลผล (Load Balancing) เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ลดความเสี่ยงจากการที่พอร์ตเดียวไม่สามารถรองรับการทำงานได้ในกรณีที่การเชื่อมต่อหลักมีปัญหา
4. เพิ่มระดับความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
LAN Card ในปัจจุบันมักมาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูลและการตรวจสอบตัวตน ทำให้สามารถป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการดักจับข้อมูลระหว่างการรับส่ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในยุคที่การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญอย่างมาก
5. รองรับการทำงานบนระบบ Virtualization
LAN Card ที่รองรับเทคโนโลยี Virtualization ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์สามารถแบ่งปันทรัพยากรเครือข่ายระหว่างเครื่องเสมือน (Virtual Machines – VMs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การใช้งานเซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบเสมือนจริงมีความคล่องตัว สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานทรัพยากรเครือข่ายได้ตามความต้องการ
6. รองรับการขยายตัวของระบบเครือข่าย
LAN Card สามารถรองรับการขยายตัวของเครือข่าย ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณการรับส่งข้อมูลได้ โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการขยายเครือข่าย หรือจำเป็นต้องเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์กับเครือข่ายอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาการ์ดแลนคุณภาพสำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ สามารถเข้ามาดูได้ที่เว็บไซต์ของทาง PC Gallery
สรุป LAN Card คืออะไร
LAN Card หรือที่เรียกว่า การ์ดแลน คืออุปกรณ์เน็ตเวิร์คที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ต่างๆ ผ่านระบบ LAN ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกัน
โดยทั่วไปแล้ว การเชื่อมต่อผ่านสาย LAN มักจะได้รับความนิยมมากกว่าระบบไร้สาย (Wi-Fi) เนื่องจากการเชื่อมต่อผ่านสายมีความเสถียรสูงกว่า ส่งผลให้การรับ-ส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือในสำนักงาน รวมไปถึงเหล่าเกมเมอร์ที่ต้องการลด Ping หรือความหน่วง (Latency) เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหลและตอบสนองได้รวดเร็ว
บริษัท พีซี แกลเลอรี่ จำกัด จำหน่าย ประกอบ รวมถึงจัดสเปคเครื่องเซิฟเวอร์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเวิร์คสเตชั่น และอุปกรณ์สำหรับเซิฟเวอร์แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ อาทิเช่น Supermicro, ASRockRack, TYAN Computer, ASUS อีกทั้งยังอัพเดทข้อมูลและผลการทดสอบใหม่ๆให้กับผู้ที่สนใจด้านเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร: 023483321 ต่อ 104
add LineID: @pcgallery
E-mail: [email protected]
ขอบคุณข้อมูลจาก addinpc,ascentoptics และ serverfault







